Komol's profileGosixPhotosBlogLists Tools Help

Windows Media Player

Komol

There are no music lists on this space.

Gosix

05 December

wsc 2007 - 2

ว่าจะเว้นช่วงไปนาน เพราะขี้เกียจเหลือเกินช่วงนี้ ไม่ค่อยมีอารมณ์จะอัพซักเท่าไหร่  แต่ด้วยเสียงทักท้วงจากหลายๆคน(2-3คน)  เลยทำให้ต้องรีบกลับมาอัพโดยด่วน  ประกอบกับถ้าเว้นช่วงนานเกินไป อาจจะทำให้ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้...  ( เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าลืมหรือไม่ลืม..)  ว่าแล้ว ก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า

     การแข่งขันกระดานที่ 2 เริ่มขึ้น   เจอกับ HOWARD WARNER จากนิวซีแลนด์ ในช่วง 2 เทิร์นแรก ต่างผลัดกันทำแต้มจุ๋มจิ๋ม จนเข้าเทิร์นที่ 3 กูมีตัวทีเด็ด   blank  นั่นเอง บวกกับตัวที่เหลือเป็น ddeerr? ( 1 แบลงค์กะอีก 3 คู่ น่าจับไปเล่น poker..)  ตัวอักษรยังไม่ถือว่าคล่องมาก  คิดคำทื่อๆออกคำนึงคือ ordered  ซึ่งตำแหน่งที่ลงไปนั้นได้แต้มน้อยมาก แค่ 60 กว่าๆ  เลยคิดอยู่นาน เพื่อหาคำที่ได้แต้มมากกว่านี้  คิดอยู่นาน ก่อนจะเริ่มรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับคำว่า predried  ( มีตัว p เปิดอยู่ ลากเข้าคูณ 3 ได้)  ตัว d ตก double letter อีก รวมเบ็ดเสร็จได้ 89 แหน่ะ เยอะหวะ  แต่ปัญหาคือ กูไม่ชัวร์ศัพท์คำนี้...  นั่งคิดต่ออยู่นานว่า หรือกูจะลงแค่ ordered ดีหวะ แบบ มั่นใจ 100 % ดีกว่าลงไปให้ถูกเค้าชาลเล้นท์เล่น  นั่งชั่งน้ำหนักอยู่นาน ก็รู้สึกว่า มันคุ้นจริงๆนะเว้ย คำนี้ predried ยังไงต้องลงแล้ว  พิจารณาดูว่า ยังมีโอกาสเป็นไปได้ที่คู่ต่อสู้มันอาจจะไม่ชาลเล้นท์ เอาหวะ กูตัดสินใจลงทันที  เรียงตัวเบี้ยลงไปบนกระดาษเสร็จสรรพ ขานแต้มเสร็จปึ๊บ ก็จดแต้มทันที  ในใจก็ตุ๊มๆต่อมๆว่ามันจะขอ hold มั้ยว๊า ( การขอคิดดูก่อนว่าจะชาลเล้นท์ดีหรือไม่)  ปรากฏว่ามันไม่ยึกยักอะไร พลางจดแต้มตามทันที กูก็ยิ้มดิ  ไม่รอช้า จับเบี้ยขึ้นมาใหม่  ได้เปรียบเลยตอนนี้ นำอยู่ค่อนข้างเยอะ จนช่วงกลางเกม ก็ทำแต้มหนักได้ตลอด แล้วมาตบท้าย อีก 2 บิงโกหนักๆคือ unrivets คูณ 4   ได้คะแนนไป 90 แต้ม พอลงตานี้เสร็จจับตัวขึ้นมาเป็น chawers อีก  ณ วินาทีนั้นก็ไม่ชัวร์ 100% หรอกศัพท์คำนี้  แต่เอาหวะนำอยู่เยอะ  คนนำลงอะไรก็ไม่น่าเกลียด ว่าแล้วก็จัดแจงลงไปทันที ได้ผล มันปล่อยผ่านไปดื้อๆ ได้มาอีก 92 แต้ม รวยเลยกูเกมนี้ จบเกมสกอร์อยู่ที่ 576-338 ได้ different มาอีก 238 แต้ม   เลยช่วยดึงแต้มที่ติดลบจากเกมแรกขึ้นมาได้หน่อย ค่อยยังชั่ว  ( ตอนหลังถึงได้มารู้จากไอ้เจดด้อนว่า  ไอ้นี่ฝีมือมันใช้ได้  ถ้านับเฉพาะนิวซีแลนด์ มันก็เป็นอันดับ 2 รองจากไนเจลเท่านั้น  โอ้ว จริงๆที่กูชนะมันได้ก็เพราะดวงดีนี่หว่า ฮ่าๆ ไม่สน  ขอกูดวงดีบ้างสิฟะ ไหนๆ เกมแรกก็ซวยไปแล้ว   )

ไปหละ ไว้มาใหม่

     ( ถึงคนอ่าน...   ซีรี่ย์นี้มีโอกาสตัดจบสูงมาก  ก็นะ มันแข่งตั้งกี่เกม   จะอัพแต่ละทีก็ขี้เกียจ  นั่นแหละ บอกให้รู้ไว้  อย่าคาดหวังอะไรมาก เหอๆ )

23 November

The 2007 world scrabble championship at MUMBAI

วันที่ 8 พฤศจิกายน

    ถึงแอร์พอร์ตของเมืองมุมไบเป็นเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน   บริเวณทางออกมีคนรอต่อแถวยาวมากมายเพื่อรอจะขึ้นรถแท็กซี่  พวกเราก็ไปหาเช่าตามช่องบริการแถวนั้นกะเค้ามั้ง  ซักพักก็ดันตัวออกมานอกแอร์พอร์ต ได้    ก็มีเด็กหนุ่มอินเดียเดินนำพวกเราไปยังจุดที่รอขึ้นรถ  สักพักรถก็มา โอ้ รถ Toyota รุ่น INNOVA เหมือนบ้านกูเลย  หรือจะเป็นลางดี    จากนั้นก็ขึ้นรถและนั่งออกมา แล่นเข้าสู่ถนนในเมือง    ตอนนี้ความมันส์เพิ่งจะบังเกิด ไอ้คนขับรถนี่มันซิ่งมาก  แซงคันโน้นทีคันนี้ที   แบบทำเวลาสุดๆ ไม่รู้มันจะรีบไปไหน อยากจะบอกมันเหลือเกินว่ากูไม่ได้รีบ   แล้วคนขับรถของที่นี่ก็บีบแตรใส่กันตลอดเวลา  อะไรก็ตามที่มีแนวโน้มว่าจะมาขวางทางข้างหน้ามัน มันบีบใส่หมด  ไอ้ชิบหาย   พวกกูก็นั่งกันด้วยอาการอกสั่นขวั่นแขวน รู้สึกสะดุ้งทุกครั้งเวลามันเอารถไปเบียดคันข้างๆ แม้แต่รถเมล์คันใหญ่ๆมันยังไม่เว้น   มีคุณเจอรี่ที่ยังนั่งด้วยอาการสงบ ปราศจากความกลัวใดๆแถมยังพูดออกมาด้วยว่า เป็นไง ตื่นเต้นมั้ย    อืม คุณเจอรี่มาที่นี่บ่อย  คงคุ้นเคยดี แต่มันก็ยังอดเสียวไม่หาย  มันไม่คุ้นเคยนี่หว่า   จากนั้นก็นั่งเสียวกันไปตลอดกว่า 1 ชั่วโมง ( จนวันหลังๆ  ผ่านการนั่งรถของที่นี่มาเยอะ ก็เริ่มไม่กลัว และรู้สึกว่า อืม มึงขับไปเหอะ กูรู้ว่ายังไงก็ไม่ชน )

สุดท้ายก็มาถึงโรงแรม  เหลือบดูนาฬิกาเป็นเวลาตี 1 กว่า เช็คอินกันสักพัก   ก็พากันขึ้นห้องนอน  โดยคุณเจอรี่กับพี่เบะนอนห้องเดียวกัน  ส่วน  เจดด้อน วีระ และ กูนอนอีกห้องนึง ( ห้องผู้ใหญ่กับห้องเด็ก เหอๆ ) เมื่อมาถึงห้อง   วางของ  สำรวจดูห้องสักพัก    เปลี่ยนกางเกง  แปรงฟัน กูก็นอนเลย เหอๆ  ไม่รู้อีก2คนมันทำยังไง  แต่กูขอนอนก่อน   อ่อ กูต้องแยกไปนอนโซฟา เพราะมันมีเตียงเดียว และก็ดูเหมือนจะนอนได้แค่ 2 คนเท่านั้น  จริงๆ 3 คนก็คงได้ แต่คงนอนแบบไม่เป็นสุข กูเลยชิงออกมานอนโซฟาก่อน   เอาคำศัพท์ขึ้นมาทบทวนซักพัก ก่อนจะหลับไป เป็นอันว่าจบวันแรกของการเดินทาง

  วันที่ 9

ขอตัดมาที่งานแข่งเลย เกมแรกเจอ  ROD McNEIL  จาก อเมริกา  เป็นคนที่คุ้นชื่ออยู่พอสมควร  อุตส่าห์นึกว่าเกมแรกจะเจอโนเนมแล้วเชียว    เอาวะ อย่างน้อยมันก็เล่นดิกเล่มเดียวกันกับประเทศเราเป็นหลัก  ไม่น่าจะเสียเปรียบเรื่องคำศัพท์ SOWPODS ซักเท่าไหร่   กูได้เริ่มก่อน เทิร์นแรกจับมา FHMNQUU  รู้สึกใจหาย ณ แว่บแรกที่เห็น    ตัวQ  ยังปล่อยไม่ได้แน่ๆ   เรียงไปเรียงมา ได้มาคำนึง FUM  โอเค  มีคำลงแล้ว  เรียงไปอีกซักพัก ได้  HUMF  อ่ะ พึ่งท่องมาหยกๆ    ลงไปเหลือตัว QUN อย่างสวยงาม   ลุ้นบิงโกตาต่อไปยังไหว  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเทิร์นนี้ best play แน่ๆ หึๆ  ทันใดนั้นก็ลง  HUMF  24แต้มลงไป  ไม่นานเกินรอแม่งใส่ลงมาเลยบิงโก  TOOL(H)EAD (ทูนหัว) โดยบวกกับตัว H ของกูที่เพิ่งลงไป  ห่าเอ๊ย ไม่น่ารู้จักคำว่า HUMF เลยกู  ไม่งั้นก็จะลงไปแค่ FUM แล้ว แมร่ง    แต่พอพลิกตัวที่เพิ่งจับได้ขึ้นมาดูก็โล่งอกขึ้นหน่อย จับ EGIX ขึ้นมาได้  เลยจัดแจงลง EXING เข้า triple 66แต้ม   พร้อมเหลือตัว QU อย่างสวยงาม  เทิร์นนี้ก็ไม่ต้องบอกอีกเหมือนกันว่าเป็น best play แน่ๆ ฮะๆ      พอถึงตามัน แม่งเสือกใส่บิงโกมาอีก เป็น TOLID(I)NE   ห่าเอ๊ย ไมแม่งบิงง่ายจังวะ  แต่ช้าก่อนกูมีทีเด็ด  ถือ AEQINSU     มี   T เปิดอยู่ เลยใส่เป็น ANTIQUES  86 แต้ม  ซะเลย แต้มกลับมานำนิดหน่อย  จากนั้นอีกไม่กี่ตาต่อมา มันดันใส่บิงโกที่3ลงมาเป็น VARIC(O)SE เลยกลับมาเสียเปรียบแล้วสิ แล้วตัวกูก็ถือEEEIMOS  ทำแต้มได้เต็มที่ไม่เกิน 30 แน่ๆ   คิดตาเล่นที่โอเคได้ 2 ที่คือ  MEE  22แต้ม กับ (N)OME  24 ชั่งน้ำหนักอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจลง MEE เพราะต้องการเปิดกระดานมากกว่าหน่อย  แต่ดันลืมดูไปว่า พอลง MEE ไปแล้ว มันไปพาดให้เกิดคำว่า FE  แล้วช่องข้างล่างมันเป็น triple letter ฝั่งนู้นเลยได้โอกาส ลง FEZ , ZEA   70แต้ม ห่าเอ๊ย แม่งเสือกมี Z พอดีอีก  เลยตามเป็นร้อยเลยทีนี้ กู่ไม่กลับแล้ว   จนจบเกมก็แพ้ไปเกือบร้อย  ก็ถือว่าเล่นพลาดหละกันที่ไม่ดู ตรง FEZ  ให้ดีๆ..

 

  เก็บตกนิดนึง    ขณะที่กูนั่งแข่งกระดานนี้อยู่  คู่แข่งขันข้างๆกูเป็น NAWEEN FERNANDO  จากออสเตรเลีย   ผู้ซึ่งมี record งานชิงแชมป์โลกสวยงาม ดีขึ้นมาตามลำดับคือ 23, 18,13,11,8,3  จากตรงนี้ทำให้กูอดคิดไม่ได้ว่า หรือคราวนี้จะเป็นทีของมันที่จะเข้าชิง ...     คู่แข่งซึ่งนั่งตรงข้ามกับมันก็คือ   WAYNE KELLY  จากอังกฤษ     สิ่งที่ทำให้กูตกใจก็คือ ระหว่างที่กูกำลังนั่งเล่นอยู่นั่น ก็รู้สึกได้ว่ามีการชาลเล้นจ์กันเกิดขึ้นข้างๆ   เลยหันไปดู   ก็มองหาดูบนกระดานว่าคำไหนที่มันแปลกๆ ยากๆ ก็คงเป็นคำนั้นหละที่ถูกชาลเล้นจ์  ซึ่งกูมองหาอยู่นานทีเดียว ก็ไม่เจอ ....  เลยหันไปมองกระดาษที่นาวีน มันเพิ่งเขียนคำที่ขอชาลเล้นท์เสร็จ     คำๆนั้นคือ pix ...    เยดโด้  มันชาลเล้นท์ pix    กูอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมาเล่นกระดานตัวเองต่อ พลางคิดไม่ตกว่า  มันชาลเล้นท์ทำไมวะ  ๆ ๆ   คิดอยู่นาน จนต้องสรุปเอาว่า มันคงต้องการจะป่วนคู่ต่อสู้ กูว่าไอ้ห่านั่นก็คงจะงงไม่แพ้กันกับกูหละนะ    หรือว่าจริงๆแล้วมันต้องการจะบอกคู่ต่อสู้ให้รู้ว่า  กูชาลเล้นท์เป็นนะเว้ย  อย่าทะลึ่งมาลงมั่วกับกู  แต่ด้วยการต้องเสียแต้มถึง 5 แต้มสำหรับการชาลเล้นท์พลาด  กูว่ายังไงก็ไม่คุ้ม  ห่าเอ๊ย  ไม่เข้าใจมันจริงๆ  สุดท้ายของสุดท้าย กูขอฟันธงว่าแม่ง   ลืม!  คำศัพท์คำนี้ต่างหาก  ห่า ไปนั่งคิดหาเหตุผลให้เสียเวลา ของหยั่งงี้มันแน่อยู่แล้ว  แต่นึกไม่ถึงจริงๆ ว่ามันจะลืมศัพท์ 3 ตัวอย่าง pix เฮ้อ ....

    และเมื่อตะกี้(ตอนที่กะลังอัพสเปซอยู่)กูเพิ่งไปเช็คดูสกอร์ ของไอ้คู่นี้ จากเว็บไซต์ชิงแชมป์โลกซึ่งมีบันทึกเอาไว้   เพราะในตอนนั้นกูไม่ได้เห็นสกอร์ของมันอย่างชัดเจน แต่ก็รู้สึกว่าจะแพ้กันฉิวเฉียด ซึ่งก็เป็นไปตามคาด   ไอ้นาวีนมันแพ้ไป 3 แต้มเท่านั้นเองหวะ เหอๆ   จะบอกว่าน่าสงสารดีมั้ยเนี่ย     หลังจากเกมนี้กูว่ามันต้องรีบกลับไปนั่งทบทวนศัพท์ 3 ตัวเป็นการด่วนแหงๆ...

    กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบันต่อ ไปดูผลของเพื่อนๆร่วมทีมไทย ผลปรากกฎว่า ทีมไทยชนะรวด!  ยกเว้นกู !  ชิบหายแล้ว   ลางเริ่มไม่ดีหละ  พลางปลอบใจตัวเองว่า  เอาหวะ กระดานหน้ากูจะเอาชนะให้ได้ และดูด different มาเยอะๆ  ( ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า งานนี้มันก็เขี้ยวๆกันทั้งนั้น เจอใครก็สามารถแพ้กันได้หมด ...)  

ระหว่างที่รอการแข่งรอบต่อไปเริ่มขึ้น ก็เอาคำศัพท์ขึ้นมาท่อง  เอาหวะๆ ไม่ท้อๆ  ยิ่งท่องมากยิ่งได้เปรียบ ก๊ากๆ   ท่องไปซักพัก ผลการจับคู่ก็ออก  โดยแปะอยู่หน้าห้องแข่ง วิ่งออกไปดูพบว่าคู่แข่งคือ HOWARD WARNER จากนิวซีแลนด์  ใครวะ ไม่รู้จัก  คงเป็นพวกโนเนม หึๆ   แพ้เกมแรกเหมือนกับกู  งานนี้ต้องขอดูดดิฟหน่อยหละ

(ไว้มาต่อ..)

06 April

เรื่องไร้สาระ 5

     ตุน กำลังนั่งประจันหน้ากับหนุ่มน้อยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ   ซึ่งตรงกลางถูกวางไว้ด้วยกระดานขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ไว้ใช้สำหรับการเรียงตัวอักษรภาษาอังกฤษลงไปให้เกิดเป็นคำศัพท์ต่างๆ ทั้งที่มีความหมายหรือไม่มีความหมายก็แล้วแต่

   หรือพูดง่ายๆก็คือ การแข่งขัน Crossword นั่นเอง

   ในช่วงสุดท้ายของเกม ซึ่งตัวเบี้ยในถุงเริ่มจะหมดลงทุกที  นั่นก็หมายถึงการจบเกมส์ ในขณะที่ตุนยังมีแต้มตามอยู่กว่า 60 แต้ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทางเดียวที่เขาจะกลับมาชนะได้ คือการทำ บิงโก ซึ่งเป็นการทำให้ได้แต้มเพิ่มพิเศษอีก 50 แต้มนอกจากการคะแนนที่ได้ตามปกติ

 จากการคำนวณอย่างคร่าวๆ แค่เพียงเขาชนะเกมนี้ไม่ว่าจะด้วยแต้มเท่าไหร่ก็ตาม ก็คงทำให้เขาไม่หลุดจากอันดับ top 5 เป็นแน่แท้

    ตุน กำลังนั่งลุ้นตัวเบี้ยตัวสุดท้ายที่เขาเพิ่งจับขึ้นมาได้อย่างหน้าดำคร่ำเครียด   นิ้วโป้งของเขามีขนาดใหญ่พอที่จะมีปกปิดด้านหน้าของตัวเบี้ยเอาไว้ได้ทั้งหมด ในขณะที่นิ้วชี้ก็รองรับตัวเบี้ยตัวนั้นทางด้านใต้

ตุน ค่อยๆเลื่อนนิ้วโป้งออกอย่างช้าๆ 

 เวลาบน Chess clock ค่อยๆเดินถอยหลังไป นับจากเวลาที่เขาเพิ่งจับตัวเบี้ยตัวที่ 7 นี้ขึ้นมา ก็เป็นเวลากว่า 2 นาทีแล้ว...

ตัวเบี้ยนี้มีความหมายกับเขายิ่งนัก

 บนแป้นของเขาตอนนี้ซึ่งเหลืออยู่ 6 ตัวของเขาถือ ชุดตัวอักษร RETINA  ซึ่งเป็นชุดบิงโกยอดฮิต ที่มักจะขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มของผู้เล่นในเวลาเดียวกัน

 จากการเช็คตัวของตุน  ตัวอักษรที่ 7 ที่สามารถจับขึ้นมาเข้ากับชุด RETINA  แล้วทำเป็นบิงโกได้ ก็เหลือตัว  C , N , E  เท่านั้น

ซึ่งจะผสมได้เป็น CERTAIN , CERATIN , CREATIN ,  TACRINE , ENTRAIN  , ARENITE , TRAINEE , RETINAE ได้ ท่ามกลางตัวอักษรอื่นๆ อีกมากที่จะทำให้เขาพลาดบิงโก อย่างเช่น   A , B , O ที่ยังเหลืออยู่ในถุง

 ขอเพียงตัวอักษรที่เขากำลังถืออยู่นี้เป็น C , N ,  E  ตัวใดตัวหนึ่ง เขาก็จะคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้ในทันที

 ตุน ยังคงนั่งลุ้นต่อไป  ขณะเดียวกันก็อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์ทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่เขาเคยรู้จัก หรือ เคยได้ยินมา อาจจะเรียกผิดไปบ้าง แต่ตุนคิดว่าบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคงเข้าใจ

  นิ้วโป้งของเขายังคงเลื่อนออกมาจากตัวเบี้ยอยู่

 หลังจากที่เลื่อนตัวเบี้ยออกมาได้สัก 1 ใน 3  ทำให้เขาเริ่มเห็นเค้าของตัวอักษรที่ถูกสกรีนลงบนตัวเบี้ยพลาสติก เศษเสี้ยวของตัวอักษรที่เห็นมีลักษณะโค้งมน

  หรือ จะเป็นตัว C เขาคิดในใจ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาคว้าชัยในเกมนี้ได้

แต่เขาเพิ่งรู้สึกตัวทีหลังว่าคิดเข้าข้างตัวเองมากไป ตัวที่โค้งมนที่ยังเหลืออยู่ในถุงนั้นยังมีอีกตัวคือ ตัว O

  เขายังคงเลื่อนต่อไปอย่างช้าๆ

  ขณะที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  ก็พลอยนั่งไม่เป็นสุขกับเขา ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการการลุ้นจนตัวโก่ง หรือ เกิดจากความรำคาญ

 และแล้วนิ้วโป้งของเขาก็เลื่อนออกมาจากตัวเบี้ยตัวนั้นจนหมด

เผยให้เห็นว่าเป็นตัว C !

 ตุนไม่รอช้า รีบนำตัวอักษรตัวที่ 7 ที่รอคอยตัวนั้นเข้ามาผสมกับแป้น พร้อมจัดแจงเรียงเป็นบิงโกศัพท์ธรรมดาๆอย่าง   CERTAIN  ก่อนจะหยิบตัวอักษรทั้ง 7 ลงไปวางบนกระดาน

  70 แต้มครับ   ตุนขานแต้มด้วยเสียงนุ่มลึก พร้อมสีหน้าแสดงถึงการมีชัยอย่างเห็นได้ชัด

  ใบหน้าของคู่ต่อสู้บังเกิดความเซ็งขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะทำการเซ็นชื่อรับรองผลบนใบ Master score ของแต่ละฝ่าย

  จากนั้นเขาก็ลุกไปเดินสำรวจและเปรียบเทียบผลการแข่งขันของคนอื่น แล้วก็เป็นอย่างที่เขาได้คาดไว้

เขาได้ที่ 5 แล้ว ตุนกล่าวย้ำในใจ

 ในที่สุดเขาก็ทำได้  ถึงแม้ว่าในการแข่งขันรายการเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เขาจะได้ที่ 6 และรางวัลก็ดันมีให้ถึงแค่ที่ 5 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เขาเจ็บช้ำน้ำใจเพียงไร

  แต่นั่นก็ไม่สำคัญ  ในเมื่อวันนี้เขาสามารถเข้ามาติด 1 ใน 5 ได้สำเร็จแล้ว  ความผิดพลาดในคราวก่อนยิ่งทำให้วันนี้ของเขามีค่าขึ้นมาอย่างมหาศาล

 ตุน ยังคงตื่นเต้นอยู่ เมื่อนึกได้ว่าอีกไม่ถึงชั่วโมง เขาต้องเดินขึ้นไปรับรางวัลบนเวที  และนั่นก็หมายความว่า เขาจะได้เป็นเป้าสายตาของคนครึ่งหมื่นในหอประชุมนี้

  ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาตามลำดับ

  เขากลัวว่าจะไปทำอะไร เฉิ่มๆ บนเวทีนั้น    จะเป็นไปได้ไหม  ถ้าเกิดเขาดันไปเดินสะดุดตรงกลางเวที หรือ แม้แต่ตอนที่ยื่นมือออกไปรับรางวัล จากท่านผู้มีตำแหน่งสูงส่ง แล้วมือเขาดันสั่นเป็นเจ้าเข้า คงดูเสียฟอร์มอยู่ไม่น้อย  สาวๆกว่าครึ่ง ที่กำลังจับจ้องมองเขาอยู่จากข้างล่างจะรู้สึกอย่างไร

 เมื่อความกลัวค่อยๆคืบคลานเข้ามาเกาะกินจิตใจของเขา  จึงทำให้เขาต้องหาที่ปรึกษาเป็นการด่วน

  โด นั่นเอง

  อย่างที่บางคนคงรู้แล้วว่า โด นั้นมีประสบการณ์การรับรางวัลมาอย่างโชกโชน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้รับตำแหน่งชนะเลิศซักเท่าไหร่ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับตุนแล้ว เขาก็ยังสูงส่งปาน เทพ กับ กระยาจก

  ตุนเดินหา โด อยู่ซักพัก ก่อนจะพบตัว

  ไอ้โดๆ  ตุนเรียก

  เป็นไงวะมึง   ชนะไอ้ มืดนั่นมั้ย  โดถามกลับ

  เออดิๆ  กูเลยได้ที่ 5 นี่ไง  หึๆ   ตุนกระหยิ่มยิ้มย่อง

 โอ้  พัฒนานี่หว่ามึง

ตุน เขินเล็กน้อย เมื่อโดนชมตรงๆ  จึงถามแก้เขินไปว่า

 แล้วมึงหละ เป็นไง

  ได้ที่ 6 หวะ...  เมื่อกี้ดันแพ้  ถ้าชนะก็ได้เข้าชิงไปหละ  เซ็งสัด  

  อ่าวหรอ  เสียใจด้วยหวะ

  อืม  ไม่เป็นไร ข้าชินแล้วหวะ   โดตอบอย่างคนปลงได้

  หรอๆ อืมๆ  เออๆ   เผอิญข้ามีเรื่องสำคัญกว่า จะมาปรึกษา

  หืม  เรื่องอะไรหวะ    โดแปลกใจเล็กน้อย

ก็คือว่าแบบ อย่างที่แกรู้ ว่านี่เป็นครั้งแรกของข้าเลยหวะ ที่จะได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวทีหน่ะ    ตุน อายไม่น้อยขณะที่พูดออกไป  เพราะคิดว่าคนอื่นคงมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่จะมากังวลกับเรื่องนี้  แต่เมื่อบวกลบคูณหารอย่างดีแล้ว เขายอมที่จะขายหน้าต่อเพื่อนเขาคนนี้คนเดียว  ดีกว่า ที่จะขึ้นไปขายหน้าต่อคนทั้งหอประชุม

โด ยิ้มเล็กน้อย และเข้าใจเพื่อนของเขาได้เป็นอย่างดี  เนื่องจากในอดีตช่วงที่เขาหัดรับรางวัลใหม่ๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน

  แต่ในฐานะที่เขามีศักดิ์ศรีสูงกว่า    ครั้นจะบอกว่า เขาก็เคยเป็นเหมือนกันก็ดูจะเสียฟอร์มไม่น้อย จึงตอบไปว่า

  อุๆ   แกนี่จริงจังไปนะ ไม่มีอะไรเลยเว้ย พอเขาประกาศชื่อ แกก็เดินขึ้นไปรับรางวัล แล้วก็เดินลงมา เท่านี้จบ ไม่มีอะไร  สบายๆ   โดคุยทับ

หรอหวะ...   คำตอบของโด ทำให้ตุนรู้สึกว่าตัวเอง สะเหร่อไปนิด  แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

แล้วอย่างตอนเดินขึ้นไป ควรจะยิ้ม หรือ ตีหน้าขรึมๆดี    ตุนยังพยายามต่อ

  เอ่อ  อันนี้ก็แล้วแต่หวะ  ถ้ายิ้มก็จะทำให้ดูสบายๆ  แต่คนทั่วไปอาจจะคิดได้ว่า ไอ้หมอนี่ ไม่เคยได้รับรางวัลหรือไง แค่ได้ที่ 5 แค่นี้ ยิ้มหน้าบานเป็นกะโล่   แต่ถ้าจะเดินหน้าขรึม เขาก็จะมองว่า ไอ้นี่มันซีเรียสเกินเหตุ  เสมือน Crossword เป็นทั้งชีวิตของมันยังไงยังงั้น   แกก็ต้องเลือกเอาว่าอยากให้คนเขามองยังไง

  อืม ไม่ว่ายังไงก็มีข้อเสียทั้งนั้นนินะ   ตุนเริ่มกังวล

  แต่จากประสบการณ์ ข้าว่าทำหน้ายิ้มโดยไม่เปิดปากนั่นจะดูดีที่สุดนะ    โดพูดขณะที่ทำปากให้เพื่อนดู

เออ จริงด้วยหวะ ดูกลางๆ ไม่ไปทางใดทางหนึ่ง ทั้งไม่ดูดีใจเกินเหตุ และ ไม่ดูซีเรียสเกินไปด้วย

 อืม นั่นแหละ

สุดยอดเลยหวะ ข้าปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆ   ตุนสรรเสริญ โดราวกับว่าเขาเป็นผู้ช่วยชีวิต

 หลังจาก ซักไซร้ ไต่ถาม แท็คติกต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการขึ้นไปรับรางวัลบนเวที   ด้วยเวลาที่เหลืออยู่ 10 กว่านาทีก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้นนั้น  จึงทำให้เขาคิดว่าควรจะใช้เวลาตรงนี้ไปเดินสำรวจดูเวทีก็จะเป็นการดีไม่น้อย  เพื่อสร้างความคุ้นเคย

 ตุนจึงตรงไปยังเป้าหมาย   พร้อมทั้งดูขนาดความกว้างของเวที ที่เขาจะต้องขึ้นไปเดินรับรางวัล

  เขาเริ่มคิดว่า ควรจะเดินก้าวสั้นๆหรือก้าวยาวๆดี  เคยมีสาวๆบอกว่า เขาเป็นคนเดินหลังค่อม ดังนั้นเขาควรจะเดินช้าๆก้าวสั้นๆดีกว่า จะได้ควบคุมตัวเองไม่ให้หลังค่อมได้   แต่ว่าถ้าเป็นการฝืนเกินไป คนดูข้างล่างอาจจะจับได้ว่า เขาเดินไม่เป็นธรรมชาติ  และจะทำให้ดูขายหน้าไป

  เขาเริ่มโทษตัวเองว่าทำไมถึงไม่ใส่ใจบุคลิกของตนมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก

  จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า  เวลาเหลือไม่มากแล้ว เขาแกล้งเดินไปเดินมาภายในฮอลล์ ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ จนเขาค้นพบวิธีการเดินที่เขาคิดว่าดูดีที่สุด  

  ตุน เริ่มนึกภาพของตัวเองที่ขึ้นไปเดินสง่าอยู่บนเวที สายตาของผู้คนกว่าครึ่งหมื่นที่จับจ้องมาที่เขา  พร้อมด้วยแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป ที่สว่างๆ ระยิบระยับไปทั่วหอประชุม และโชคดีอาจจะมีเสียงกรี๊ดจากสาวๆดังเล็ดลอดออกมาบ้างก็ได้

 ตุนไม่สามารถหุบยิ้มได้แล้วในตอนนี้

 

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา พิธีการแห่งเกียรติยศที่เขารอคอยก็มาถึง

  การประกาศผลในประเภทของการแข่งขันต่างๆ เช่น คำคม , A-math , Word-up , Sudoku , etc  ในทุกระดับชั้นตั้งแต่อนุบาลยันประชาชนทั่วไป ได้ผ่านพ้น พิธีกรสาวสุดสวยบนเวทีก็ประกาศออกมาว่า

ต่อไปจะเป็นการประกาศรางวัลในประเภทของ Crossword รุ่นมัธยมปลาย  

ถึงตอนนี้ หัวใจของตุนเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ  แต่ก็พยายามข่มเอาไว้เต็มที่

ตุนจ้องมองไปยังริมฝีปากของพิธีกรสาวคนนั้น เพื่อรอเวลาที่เขาจะประกาศชื่อของเขาออกมา และเตรียมพร้อมที่จะขยับขาขึ้นไปบนบันได

   ก่อนที่เสียงของพิธีกรสาวจะประกาศออกมาว่า

  ผู้ที่ได้รับรางวัลอันดับที่ 3 ได้แก่ ......

12 January

เรื่องไร้สาระ 4

ซวยแต่เช้าเลยหวะ    โดบอกกับเพื่อน

หืม  ซวยไรวะ   เพื่อนโดตอบรับ

คือก่อนจะขึ้นมาเรียนเนี่ย ข้าขึ้นลิฟต์มาใช่มั้ย

อือ  เป็นข้าก็คงไม่เดินขึ้นบันไดมาหรอก

อย่างที่แกรู้ว่านี่คือชั้น 9

อือ แล้วไง

 อืม ขณะที่ข้ากำลังรอลิฟต์อยู่นั้น ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง ยืนรออยู่ข้างหน้า น่ารักมากเลยหวะ คงเป็นเด็กคณะข้างๆ

โอ้ แล้วไงๆ

ทีนี้ พอลิฟต์เปิด ข้ากะเค้าก็เดินเข้าไปในลิฟต์ แต่เผอิญเค้าอยู่ใกล้กว่า ตอนเข้า เค้าเลยยึดแผงควบคุมไว้ได้ก่อนข้า

อือ แล้วแผงควบคุมมันทำไมเรอะ

ฟังข้าก่อนสิ  หลังจากที่เค้ากดชั้นที่เค้าจะลงเสร็จ  ก็หันมาถามข้าว่า   ชั้นอะไรค่ะ  ข้าก็ตอบไปว่า ชั้น 8 ครับ

เดี๋ยวนะ  แกเรียนชั้น 9 ไม่ใช่เรอะ

ก็เออสิ ข้าเพิ่งมานึกได้แค่เพียงเสี้ยววิหลังจากที่พูดออกไปแล้ว  คงเพราะข้าสับสนกับวิชาอื่นหน่ะ ที่มักเรียนที่ชั้น 8  บวกด้วยความประหม่า เมื่อมีเสียงอันไพเราะมากระทบโสตประสาท

เฮ้อ ไม่ไหว แกนี่  แล้วยังไงต่อหละ

อืม ขณะที่ลิฟต์กำลังดำเนินขึ้นมาเรื่อยๆ ข้าก็ตัดสินใจว่า จะลงที่ชั้น 9

 อือ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่  

อ่า  แกนี่ชอบพูดอะไรโดยไม่คิดอยู่เรื่อยเลยนะ   ลองคิดดูว่าถ้าข้าลงตอนชั้น 9 แล้วตอนที่ประตูลิฟท์มันเปิดตอนอยู่ชั้น 8 หละ แกลองนึกภาพดูดิ  ลิฟต์เปิด แต่ไม่มีคนออก!! ”

เออแฮะ  หญิงสาวคนนั้นคงนึกตำหนิแกอยู่ในใจว่า  อ่าว ไอ้ห่า ไม่ออกแล้วให้กูกดทำเพรื่อ    

เอ่อ  เค้าก็คงจะไม่คิดหยาบคายอะไรขนาดนั้นหรอกนะ   แต่ความหมายก็คงประมาณนั้นๆแหละ   มันเป็นเรื่องที่รับไม่ค่อยได้สุดๆเลยนะเว้ย

อ่า ข้าเข้าใจหวะ

ใช่มั้ยหละ เมื่อคิดได้ดังนั้น ข้าจึงคิดว่า หรือจะลงที่ชั้น 8 ดี แล้วยอมเหนื่อยเดินขึ้นไปอีกชั้นนึง เพื่อไม่ให้มีข้อครหาเกิดขึ้น

อือ ก็เป็นวิธีที่ดีนี่

อ่า  แกนี่พูดอะไรโดยไม่คิดอีกแล้ว  แกไม่รู้สึกบ้างหรอ   ว่ามันตลกแค่ไหน  ในเมื่อแกรู้อยู่แก่ใจว่าเรียนชั้น 9 แล้วดันลงชั้น 8 ยอมเหนื่อยเดินขึ้นไปอีกชั้นทำไม  บ้าป่าว

อืม จะว่าไปมันก็จริงแฮะ ฟังดูไร้สาระยังไงไม่รู้ 

ใช่มั้ยหละ  ข้าก็เลยคิดอีกว่า หรือควรจะบอกเธอคนนั้นไปดีว่า จริงๆแล้ว ผมจำชั้นผิดหน่ะ แฮะๆ   อะไรประมาณนั้น

อืม ก็เป็นวิธีที่ดีนี่

แต่แกลองคิดดูดีๆสิวะ ว่าทำไมจู่ๆข้าต้องไปอธิบายเรื่องอะไรทำนองนี้ ให้กับคนที่ไม่รู้จักกันฟังด้วยหละโว้ย แกไม่คิดว่ามันตลกบ้างหรอ เธอคนนี่อาจจะคิดในใจว่า  แล้วมาบอกกูทำเพรื่อ   หรือไม่ก็  ใครถามมึงวะ หรือ  เรื่องของมึง หรืออาจจะเป็นคำที่ข้ากลัวที่สุดคือ สะเหร่อหวะ   ก็ได้

อืม เธอก็อาจจะไม่ได้คิดหยาบคายอะไรขนาดนั้นหรอกนะ   แต่ความหมายก็คงจะประมาณนั้นๆแหละ.

อืม ใช่มั้ยหละ อันนี้มันก็รับไม่ค่อยได้เหมือนกันนะโว้ย

เอ่อ แต่เอาจริงๆนะ   ข้าว่าจริงๆ แล้วแกแค่ลงชั้น 8 แล้วทนเหนื่อยเดินขึ้นไปอีกชั้นนึง  โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก  มันก็จะไม่มีอะไรแล้วนะ  พอลิฟต์จอดชั้น 8 ปุ๊บ แกก็เดินออกมาแค่นั้น พร้อมกับทำหัวให้โล่งๆเข้าไว้ ก็จบหละ

อืม จริงๆแล้วปัญหามันก็ไม่ใช่ความเหนื่อยไม่เหนื่อยอะไรหรอกนะ แค่เดินขึ้นบันไดชั้นเดียวนี่เรื่องขี้ปะติ๋วหน่ะ  แทบไม่มีความรู้สึก ตอนอยู่โรงเรียนเก่าข้ายังเคยเดินขึ้นลงบันได 9-10 ชั้นเป็นว่าเล่นมาแล้ว แค่นี้นับว่าเด็กมากสำหรับข้า

อ่าว แล้วสรุปปัญหาของแกคืออะไรหวะเนี่ย  ข้าชักงงหละ

อืม ก็พอถึงวันนี้ในอาทิตย์หน้า  ข้าได้มีโอกาสขึ้นลิฟต์พร้อมเค้าอีก ซึ่งก็เป็นไปได้สูง เพราะข้าอาจใช้วิธีดักรอ แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ถ้าข้าบอกไปว่าชั้น 9 เค้าก็รู้หมดหน่ะซิว่า คราวที่แล้วข้าลงผิดชั้นหน่ะ  อายชิบหายเลยนะโว้ย

เอ่อ...   ถึงแม้ไอ้การลงลิฟต์ผิดชั้น จะเป็นอะไรที่น่าอับอายและเป็นเรื่องที่เสียเส้นสำหรับเด็กมหาลัยอย่างเราๆ มากๆ  แต่ข้าค่อนข้างมั่นใจได้หวะ ว่าเค้าคงจำไม่ได้ขนาดนั้นหรอกนะ...

อ่า แกว่างั้นหรอ

เออ สรุป ข้าชักรอทนฟังตอนจบไม่ได้แล้ว ว่าสุดท้ายแกรอดขึ้นมาถึงชั้น 9 นี้ได้ยังไง

  อืม ก็หลังจากที่ข้าทำการบวกลบคูณหารดีแล้ว  ข้าก็ตัดสินใจที่จะลงชั้น 8     ก็อย่างว่า  ในเมื่อข้าดันสะเหร่อไปบอกชั้นผิดเอง ก็ควรจะยอมรับผลที่ตามมาด้วยการยอมลงผิดชั้น

อือ  แกนี่มีความรับผิดชอบดีมาก

อืม  ความผิดบางอย่าง มันไม่สามารถเลือนหายไปได้  ข้าต้องเผชิญหน้ากับมัน  จะทำเหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็คงไม่ได้หรอก  

อือ พูดได้ดี

ใช่มั้ยหละ  ข้าคงทนไม่ได้ ที่จะยอมปล่อยให้หญิงสาวผู้น่ารักคนนึง เกิดความสับสนในชีวิตอันเนื่องมาจากการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบของข้า

อือ นายนี่เท่ใหญ่แล้ว

ใช่มั้ยหละ เมื่อคิดได้ดังนั้น พอลิฟต์จอดชั้น 8 ปุ๊บ ข้าก็เดินออกมาอย่างปกติไม่มีพิรุธอะไร

อือ  ดีแล้วๆ เค้าไม่มีทางรู้หรอกว่าแกลงชั้นผิด แกนี่แนบเนียนดีมาก

อืม เรื่องมันก็น่าจะจบแค่นั้น   แต่ในขณะที่ข้ากำลังเดินขึ้นบันไดมาด้วยความรู้สึกแห่งชัยชนะ ที่ข้าได้เลือกวิธีการแก้ปัญหาแบบ bestplay ได้นั้น  ....

อือ แล้วไง

ข้าดันเดินขึ้นมาจ๊ะเอ๋กับเธอคนนั้นอีกหวะ เธอดันลงชั้น 9 เหมือนกัน ….”

อ่า หมดกัน....

 

 

ปล.เรื่องแต่งอีกหละ..

19 December

เรื่องไร้สาระ 3

วันนี้ก็มานั่งแข่ง CROSSWORD อีกตามเคย   โดพูดกับตัวเองในใจ

ทำไงได้

ก็มันไม่มีตังค์ใช้นิหว่า

จะให้ไปทำงานจริงๆ ก็ขี้เกียจ ได้วันหละไม่กี่ร้อย

ที่สำคัญคือไม่รู้จะมีใครจ้างรึเปล่า...

มานั่งจั่วไอ้ตัวเบี้ยพวกเนี้ยแหละ ง่ายดี ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมาก

ใช้แต่สมอง

ถนัดอยู่แล้ว

อืม แต่วันนี้ไม่ใช่เป็นการแข่งตามปกติ

เค้ามีจัดแข่งเป็นคู่ด้วยเว้ยเฮ้ย

กูเลยต้องไปลำบากหาคู่มากับเค้า  ได้ไอ้แว่นเนิร์ดนี่มาคน

เห็นหน่วยก้านมันใช้ได้  ใส่ขาสั้น รองเท้าแตะ สะพายเป้ มือถือดิก เนี่ยหละ ลุคของคนเล่นเกมนี้เลย

ถึงมันจะดูเอ๋อๆ ไปนิด

อืม แต่ก็ยังเคืองที่ว่า ทำไมต้องจัดแข่งเป็นคู่ด้วย

ก็รางวัลมันต้องหารสองหน่ะสิฟะ

เอาเหอะ เค้าจัดขึ้นมาก็บุญแล้ว ไอ้เรามันเลือกอะไรไม่ได้มาก เสือกเกิดมาจน ต้องเข้าใจ

  อืม กระดานนี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา นำอยู่เห็นๆ ตำแหน่งบนกระดานก็ไม่ค่อยเปิด

ไอ้ยักษ์นี่เสร็จเราแน่ๆ หึๆ ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ามันจะเสร็จเราเท่าไหร่

แต่ว่า...

ไม่รู้ไอ้กระดานเด็กเนิร์ดนั่นจะเป็นไงมั่ง ชักกังวลว่าถ้าเกิดมันแพ้ถล่มทลายมาหละ

กูก็ซวยดิ...

อืม โต๊ะมันอยู่ไกลไปนิด มองลำบากจริง

จะลุกไปดู ก็จะหาว่าไม่มีมารยาท ไม่ให้เกียรติคู่แข่ง

อืม ดีนะที่เราฉลาด เลยบอกให้มันจดแต้มตัวใหญ่ๆไว้บนกระดาษ

หลังจากที่โดใช้เวลาเพ่งตัวเลขที่อยู่บนกระดาษของเพื่อนร่วมทีมอยู่สักพัก

โอ้ 250-163 นำอยู่ๆ

เยี่ยมไปเลย ไอ้น้องชาย

ไม่ทำให้ผิดหวัง

ไหนๆ    แล้วมันถือตัวอักษรอะไรบ้างหละนี่  โดคิดพลางมองไปที่แร็คของเพื่อนร่วมทีม

อืมๆ บาลานซ์ดี  CHOEIBVA   มีตัวทำแต้มมากมาย

สบายใจแล้วเรา

จากนั้นโด ก็หันกลับมาจดจ่อที่กระดานตัวเองต่อ

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ

รู้สึกมีอะไรทะแม่งๆ....

คิดได้ดังนั้น จึงหมุนคอกลับไปมองยังแร็ควางตัวเบี้ยของเพื่อนร่วมทีมอีกครั้ง

เฮ้ย    โดสะดุ้งเฮือกอยู่ในใจ

ชิบหาย ...

ทำไมแร็คแม่งมี 8 ตัววะ

“ A B C E H I O V ….. ”

....

ขณะที่โดก็รวบรวมสติได้ดี ไม่แสดงท่าทีกระวนกระวายใจออกมาให้ฝั่งตรงข้ามเห็น พลันมือก็ทำการสลับตัวเบี้ยเล่นไปอย่างคนปกติ แต่ในสมองนั้น กลับไม่ได้จดจ่ออยู่บนกระดานตัวเองแต่อย่างใด

ชิบหายหละ นี่มันไม่รู้กฎว่าเค้าให้จับแค่ 7 ตัวหรือไงฟะ...

  แล้วไอ้ฝั่งโน้น นี่มันก็โง่ไม่แพ้กัน หัดสังเกตแร็คฝั่งตรงข้ามบ้างสิโว้ย

....

อ่ะ บางทีมันอาจจะลืมแค่แร็คนี้ก็ได้ เรานี่ชอบตีโพยตีพายไปก่อนอยู่เรื่อย 

เดี๋ยวพอมันลงเทิร์นนี้เสร็จ ตาหน้ามันก็อาจจะกลับมาจับแค่ 7 ตัว

 ไม่แปลกๆ เราก็เคยเห็นมาเหมือนกัน ที่เวลาเล่นๆอยู่ แล้วหันไปมองโต๊ะข้างๆที่เป็นพวกมือใหม่เล่นกัน   ถึงกับตกกะใจ ว่า เฮ้ย ทะมัยแร็คมึงมี 8 ตัววะ   เล่นเอาฮากันทั้งโต๊ะ   ขำๆกันไป ฝั่งโน้นก็ไม่ได้ว่าอะไร ตลกซะอีก

อืม แต่ไอ้คนที่มันจับเกินนี่ยังมีอยู่จริงซินะ

ถึงกูจะงงว่า แล้วทำไมมันไม่มีคนที่จับตัวขาดบ้างหวะ แบบ จับมาแค่ 6 หรือ 5 ตัวเงี้ย ...

พาลให้นึกถึง เวลาเจอพวกที่ชอบนับแต้มผิด  นับแต้มเกินอยู่เรื่อย

แต่การนับแต้มผิดของมันอยู่เรื่อย กูก็ไม่เคยเห็นครั้งไหนมันจะนับแต้มขาดซักที ...

อืม ดูเหมือนมันจะมีความเกี่ยวข้องแบบมีนัยสำคัญอยู่

หรือ เราจะคิดมากไป เอ้อ  พักหลัง ยิ่งโดนคนทักมาบ่อยๆ

คราวที่แล้วก็เจอเรื่องเต่าไปที เสียหมาไปไม่น้อย

  กลับมาที่เรื่องปัจจุบันก่อน...

ชิบหายหละ ไอ้เปี๊ยกนั่น มันจับตัวมาใหม่ มันก็ยังจับมาครบ 8 ตัว เหมือนเดิมอีก ….”

แล้วสรุปนี่คือตลอดครึ่งกระดานที่ผ่านมา มันเล่นด้วยตัวอักษรบนแป้น 8 ตัวมาตลอดเลยงั้นเรอะ..

เกมคงสนุกขึ้นมากนะ..

  อืม แล้วตูจะทำไงกะเพื่อนร่วมทีมตูดีหละ

แต่อย่างน้อย  มันคงไม่ได้คิดจะโกงแน่ๆหละ   คนห่าอะไรจะโกงกันซึ่งๆหน้าแบบนั้น

เกาจิ้ง ยังยอมศิโรราบเลยมั้งนั่น

  แล้วจะเอาไงดีวะเนี่ย แม่งอุตส่าห์นำอยู่ด้วย ( ก็แม่งเล่นจับ 8 ตัวนิหว่า )

จะเดินเข้าไปบอกตอนนี้ เดี๋ยวฝั่งนู้นก็จะฟ้องกรรมการ บอกขอเล่นใหม่ๆ ไม่แฟร์ๆ  

กูก็แย่ดิ  แล้วรางวัลกูหละ

เอ๊ยไม่ใช่ ที่กูกลัว เพราะว่า เดี๋ยวถ้าเดินไปบอก แล้วเค้าจะเข้าใจผิดว่า ไอ้เอ๋อนี่มันเล่นขี้โกง แล้วจะเป็นการทำลายอนาคตของเค้าในวงการ CROSSWORD ต่างหากหละ

นอกจากนั้น ถ้าฝั่งนู้นขอเล่นใหม่ มันจะทำให้งานเค้าต้องเลิกช้าลงไปอีก  มันจะไม่เป็นผลดีต่อทุกๆคนๆ

นั่นแหละๆ คือ เหตุผลที่ทำให้เราเดินไปบอกไม่ได้ จริงๆ ปัดโธ่

อืม เท่าที่ดูกระดานนั้นมันก็ใกล้จะจบแล้วเหมือนกัน อีกไม่นาน สู้ๆเค้านะไอ้น้อง อย่าให้ถูกจับได้  

แต่ก็ยังสงสัยว่า ไอ้หน้าโฉดฝั่งนู้น มันไม่ผิดสังเกตมั่งเรอะ ว่าฝั่งตรงข้ามมันอ่ะ มีตัวเบี้ยเต็มแร็คเลยหน่ะ

มันไม่ได้สังเกตยากขนาดนั้นนะโว้ย

อ่า ไอ้เปี๊ยกเอ๊ย มึงก็ปิดๆแร็คมึงหน่อยสิ กูหละหวาดเสียวว่ามันจะเห็นจริงๆ พับผ่า

 

       ระหว่างที่กำลังคิดกังวลกับปัญหาของเพื่อนร่วมทีมอยู่นั้น  ทางกระดานของโดเองก็ดำเนินมาใกล้จะสิ้นสุด

อืม ทางนู้นก็ใกล้จะจบเหมือนกัน

สรุป ไอ้เปี๊ยกนี่มันจับตัวเบี้ย 8 ตัวมาได้ตลอดรอดฝั่งเลยนินะ ร้ายจริงๆ

อืม เราเองก็ไม่ควรจะรีบจบเกมนี้โดยไว อย่างน้อยก็ต้องรอให้กระดานนู้นจบก่อน  เพราะถ้าเราเสร็จก่อน ไอ้ยักษ์ข้างหน้าเรานี่ มันจะลุกไปดูอาการของเพื่อนร่วมทีมมันได้

แล้วมันก็คงจะเห็นสิ่งแปลกประหลาดบนแร็คฝั่งตรงข้ามพวกมัน ( หรือมันอาจจะตาถั่วอีกคน อันนี้มันก็เกินที่กูจะคาดการณ์ได้ ...)

อ่ะ ไอ้เปี๊ยกนั้น จับตัวขึ้นมาหมดถุงแล้วนี่

เร็วๆสิ มึงเอ๊ย ลงอะไรไปก็ได้ สักตัว สองตัว เท่านี้คนเค้าก็ไม่รู้แล้ว

     ในขณะที่โดก็กลัวว่าคู่แข่งของเขาจะสังเกตเห็นถึงอาการผิดปกติของตน จึงต้องแกล้งกลับมาทำท่าจดจ่อกับกระดานตัวเองอีกครั้ง

        พลางคีบตัวเบี้ยลงไปแปะบนกระดานแค่ 2 ตัว   ทั้งที่จริงแล้วยังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า แต่ก็อย่างว่า เป็นไปตามที่โดวางแผนไว้ เขาต้องการจะดึงเกมไว้เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมของเค้าเล่นจบก่อนนั่นเอง

เมื่อสิ้นสุดตาเล่นของเขา จึงเป็นฝั่งตรงข้ามที่เล่นต่อ โดจึงได้โอกาสหันกลับไปดูเพื่อนร่วมทีมอีกครั้ง

ชิบหาย มันยังไม่ลงอีก

อ่ะ นั่น มันกำลังจะลงแล้วๆ

เพื่อนร่วมทีมของโดบรรจงคีบ ตัวเบี้ยลงไปทีละตัวอย่างช้าๆ

อ่า เยี่ยมมาก ไอ้น้องชาย เท่านี้ชัยชนะก็จะเป็นขอ ง เ    า แ ล้ ว   ..

แต่โดต้องตะลึงหลังจากดีใจได้เพียงชั่วครู่

เมื่อภาพที่เห็นคือ เด็กหนุ่มคนนั้น ลงตัวเบี้ยหมดทั้งแร็ค!

หรือ ภาษาครอสเวิร์ดก็คือ การทำบิงโก ที่นักเล่นหลายคนโปรดปรานกัน เป็นการเล่นที่จะได้ แต้มพิเศษเพิ่มอีก 50 แต้ม !

แต่นั่นก็หมายถึงเฉพาะการลงหมดแร็ค ที่ใช้ตัวเบี้ย 7 ตัวเท่านั้น....

เอ่อ . . .   โดยังคงนั่งตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น...

76 แต้มครับ เด็กหนุ่มขานแต้มด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจ  ราวกับว่านี่เป็นการทำบิงโกครั้งแรกในชีวิตของเขา

จากแร็ค ABCEHLOR  ด้วยการพาดกับตัวอักษร  E ที่มีอยู่บนกระดาน เกิดเป็นคำว่า BE กับ BACHELOR  ซึ่งนับเป็นการลงปิดเกม จากกฏที่ว่าเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเล่นตัวอักษรจนหมด

ขณะที่โดก็ยังนั่งนิ่งและตาค้างอยู่กับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทีม  สายตากลับไปจับจ้องอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของเพื่อนร่วมทีมเขา  เป็นการเฝ้ารอดูปฏิกิริยาของฝั่งตรงข้าม ที่คาดว่าทุกคนบนโลกคงจะอยากเห็นเหมือนกัน

นายคนนั้นนิ่งไปกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าซักพัก ก่อนจะพูดว่า

อืม นายนี่เก่งจริงๆนะ

บิงโกคำนี้คิดยากนะเนี่ย คิดได้ไงอ่ะ

สู้ไม่ได้จริงๆ อ่ะ  ยอมๆ

จากนั้นทั้งคู่ก็ทำการเซ็นชื่อ กรอกใบคะแนนกันตามระเบียบ

อืม มันโง่ทั้งคู่ !!” โดสรุป

 

 

อธิบายซักกะติ๊ด

เอ่อ.. ครือ จะมาบอกว่า ไอ้เรื่องไร้สาระ 2-3 นี่เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมดนะ (หลังจากมีหลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง...)
25 October

เรื่องไร้สาระ 2

เฮ่อ  เกมนี้ก็แพ้อีกแล้ว  โดคิดในใจอย่างท้อแท้

 เอาเหอะ  ไหนๆเราก็รู้อยู่แล้วนินะ ว่าเกมนี้มันขึ้นอยู่กับดวง  จะมาบ่นอะไรเล่า

ก็เหมือนกับเวลาไปจีบสาว แล้วเสือกบ่นว่า นี่กูต้องเลี้ยงสาวด้วยหรอวะ  ยังไงยังงั้น

อืม  ว่าไปก็ยังอดข้องใจไม่ได้ ที่ไอ้กระเปี๊ยกนี่บังอาจมาชนะเรา

มันเริ่มเล่นมาไม่กี่เดือนเองนี่ 

แต่แมร่งดวงดีชิบหาย

เล่นมือระดับท็อปไฟว์อย่างเราซะกระเจิงเลย

เอาเหอะ แพ้แค่เกมแรก จะกลัวอะไรไป

จากนั้นโดก็ลุกขึ้น เอาใบบันทึกผลไปส่งกรรมการ เพื่อทำการจับคู่แข่งขันเกมต่อไป

       หลังจากที่การแข่งขันดำเนินมาถึงเกมที่ 7 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของวัน

อืม.. เกมนี้ก็ท่าจะแพ้อีกแล้ว.. ตามไปร่วม 150 แต้ม....

ระหว่างที่รอตาเล่นของคู่ต่อสู้  โดก็มองไปรอบๆ อย่างคนไม่มีอะไรทำ

เฮ่อ จะมีใครโชคร้ายอย่างเราบ้างน้อ  เล่นมาจะ 10 ปีแล้ว ยังไม่เคยได้รางวัลใหญ่ๆกับเค้าเล้ยย

หรือว่าจะเลิกเล่นดีวะ  ไปตั้งใจทำมาหากินดีกว่า  โดเริ่มท้อแท้อย่างรุนแรง

หืม นั่นมันอะไรนะ   โดเอ่ยขึ้น หลังจากที่สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิต ขนาดเท่าฝ่ามือ เคลื่อนไหวอยู่บนพื้น

นั่นมัน ...

เต่า นิหว่า..

......

อะไรของไอ้คนเขียนมันหวะ   นึกอยากจะใส่อะไรก็ใส่มาเรอะ  นี่มันในห้างสรรพสินค้านะโว้ยย  ดูกาลเทศะซะมั่ง  แล้วไอ้ที่แปลกก็คือ ดูเหมือนคนในห้าง ที่มันเดินผ่านไปผ่านมานี่มันไม่สังเกตบ้างหรือไงเล่าโว้ย ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกมันเดินอยู่หน่ะ

......

 อ่ะ เผลอโวยวายไปซะแล้ว จริงๆแล้ว เราควรจะนึกก่อนว่า มันอาจจะโผล่มาจากร้านขายสัตว์น้ำแถวนี้ก็ได้ ไม่ก็ เป็นสัตว์เลี้ยงของคนที่มาแข่ง  ที่มันพกมาด้วย เพราะกลัวเหงา

อืม เอาเต่าเป็นสัตว์เลี้ยงเรอะ  ...  คิดไปได้ยังไงหวะ ....

 ขณะที่กำลังสนใจอยู่กับเจ้าเต่าอยู่นั้น ตาเล่นก็กลับมาเป็นฝั่งโดซะแล้ว

อ่ะ ครับๆ

อืม ตานี้จะลงอะไรดีฟะเนี่ย ไม่มีทางเลือกดีๆเลย

ช่าง แมร่ง  ลงๆไปเหอะ ไหนๆก็แพ้อยู่แล้ว

คิดพลางคว้าหมับ 2 ตัวไปลงบนกระดาน

พลันสายตาก็กลับมาจับที่เต่าตัวนั้นต่อ

อืม ตอนนี้มีเรื่องที่น่าเครียดกว่าบนกระดานซะแล้ว นั่นคือ  ไอ้เต่าตัวนี้มาจากไหน ? ....

อืม ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ไอ้เรื่องเต่านี่ถึงมาสำคัญกว่าเรื่องแข่งบนกระดานฟะ งง…? 

ช่างมันเหอะ  ก็กูอยากรู้นิหว่า

โดกวาดสายตา มองไปรอบๆอีกครั้ง เพื่อหาเบาะแสของปัญหาดังกล่าว

อืม ตรงนั้น มีร้านอยู่ร้านนึง ดูเหมือนจะขายปลาอยู่แฮะ 

ต้องไปดูซะหน่อย

ขณะที่คิดทำท่าจะลุกไปนั้น

อ่ะ ตูยังแข่งไม่จบนิหว่า กรำ จะแกล้งทำทีไปขอเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวก็หาว่าไปแอบเปิดดิกอีก  ทำไงดีวะเนี่ย สรุปคือต้องแข่งให้จบก่อนซินะ   อ่า มันช่างทรมานใจอะไรอย่างนี้ 

มึงก็รีบๆลงเข้าสิโว้ย  นำก็นำอยู่ จะคิดอะไรกันหนักกันหนา โดด่าคู่ต่อสู้อยู่ในใจ  

ทันใดนั้นฝั่งตรงข้าม ก็คว้าหมับมา 7 ตัว  วางลงไป บนกระดาน พร้อมขานแต้มด้วยเสียงอันดัง

เอ้อ ไอ้ ....  ให้มันได้งี้ซี่  โดด่าซ้ำในใจอีกระลอก

กลับมาฝั่งโด ซึ่งไม่มีหวังอะไรในเกมนี้แล้ว จึงทำการลงยาวๆ เพื่อให้เกมจบลงโดยเร็วที่สุด  จะได้ไปไขปัญหาต่อว่า เต่า มาจากไหน

พลันสายตาก็กลับมาจับที่เบื้องต่ำ

อ่าว เฮ้ย หายไปไหนแล้ว โดตกใจมากเมื่อพบว่าเต่า ได้หายไปแล้ว  

เฮ้ย  เฮ้ย   โดหันซ้ายหันขวา แลหน้า แลหลัง ก็ไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด

ชิบหายแล้วสิ  เต่าหายไปไหนหวะ

ท่ามกลางสายตางุนงงของฝ่ายตรงข้ามกับท่าทีของเขา

 อ๊ากกกก   โดกรีดร้องในใจ

วันนั้นโดจึงกลับบ้านไปพร้อมกับปัญหาที่ยังค้างคา

( ต่อข้างล่าง )

 
Photo 1 of 33
No list items have been added yet.